ถ้าพูดถึงอาหารที่คู่บ้านคู่ครัวไทยมาเป็นเวลานาน เห็นจะเป็น น้ำพริก เครื่องจิ้มรับประทานคู่กับผักซึ่งไม่ได้มีดีแค่รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์เท่านั้น แต่ยังอุดมไปด้วยประโยชน์มากมายทั้งจากผัก และวัตถุดิบที่ใช้ทำน้ำพริก
ส่วนประกอบในน้ำพริก ทั้งทำให้กินกับผักอร่อยขึ้นแล้วยังอุดมไปด้วยประโยชน์อีกด้วย
- พริกขี้หนู มีสารแคปไซซิน (Capsaicin) ช่วยระบบย่อยอาหาร ขับลม ลดระดับน้ำตาลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือดทั้งยังขับเหงื่อและมีสารต้านอนุมูลอิสระ
- กระเทียม ขับลม แก้ไอ ขับเสมหะช่วยย่อย ลดน้ำตาลและไขมันในเลือด ลดการอักเสบ ช่วยเหนี่ยวนําให้วิตามินบี 1 ออกฤทธิ์บํารุงระบบประสาท ป้องกันการอุดตันในหลอดเลือด
- มะเขือพวง มีสารละลายน้ำที่เรียกว่าเพ็กทิน (Pectin) ช่วยดูดซับไขมันส่วนเกินจากอาหารและลดการดูดซึมอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต
- กะปิ อุดมด้วยโปรตีนให้แคลเซียม ไขมันต่ำมีวิตามินบี 12 ช่วยสร้างเม็ดเลือด
- มะนาว ช่วยให้เจริญอาหารแก้ร้อนใน และป้องกันเลือดออกตามไรฟัน
เนื้อหาที่น่าสนใจ :
- 6 เคล็ดลับจ่ายตลาดครั้งเดียว กินได้หลายมื้อ ไม่ต้องออกข้างนอกบ่อย
- เคล็ดลับล้างผักผลไม้ยุคโควิด ให้ปลอดสารเคมีและเชื้อโรค
- 5 อาหารต้านไวรัส เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ซูซ่ารับหน้าฝน
- คนไทยสมัยก่อนคิดค้นน้ำพริกขึ้นเพื่อเพิ่มรสชาติ และดับกลิ่นคาวจากเมนูอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์ที่เรารับประทาน ซึ่งน้ำพริกของแต่ละภาคก็มีสูตรที่แตกต่างกันออกไป อย่าง
- น้ำพริก ภาคเหนือ เครื่องปรุงทุกอย่างต้องย่างหรือเผาให้สุกก่อน และปรุงรสด้วยเกลือเป็นหลัก
- น้ำพริกภาคใต้ จะมีส่วนประกอบหลักคือ พริก หอม กะปิ และไม่ใส่น้ำมะนาวหรือน้ำตาล จึงมีลักษณะแห้ง
- น้ำพริกของทางภาคอีสาน มีหลายอย่าง เช่น ป่น เป็นน้ำพริกที่ประกอบด้วยพริกแห้ง หอมแดง กระเทียม โขลกผสมกับปลา เห็ด หรือเนื้อสัตว์อื่น ใส่น้ำปลาร้า ลักษณะค่อนข้างข้นเพื่อให้จิ้มผัก และยังมี แจ่ว เป็นน้ำพริกที่มีส่วนผสมหลักคือ น้ำปลาร้าผสมกับพริก ใช้จิ้มทั้งผักและเนื้อสัตว์ ต่อมาจึงเพิ่มเครื่องปรุงอื่นเพื่อดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ เช่น หอม กระเทียม ข่า ตะไคร้

